เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2568 พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญา/คดีจราจร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เพี้ยราม ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนควาย ที่ถนนสายสุรินทร์ – เมืองลีงบริเวณบ้านสะเดา หมู่ที่ 11 ต.กาเกาะ อ.เมืองสุรินทร์ จว.สุรินทร์ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รถยนต์ได้รับความเสียหาย จึงพร้อมด้วยพวกไปยังที่ได้รับแจ้งแต่เวลานี้พงส.เวรสอบสวนเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุนั้นบัดนี้แจ้งว่าได้เดินทางกลับ สภ.เพี้ยรามแล้วและแจ้งด้วยว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุถนนที่เกิดเหตุเป็นถนนลาดยางผิวเรียบ ถนนตรง แบ่งช่องทางจราจรเป็นสองช่องทางรถแล่นสวนทางกัน ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ อีซูซุ ดีแม็ก สีขาว ป้ายทะเบียน ผว 7718 ขอนแก่น จอดอยู่ริมถนน สภาพรถได้รับความสียหายที่ด้านหน้า พบผู้ขับขี่รถยนต์ ทราบชื่อภายหลังว่า นายxx xxx อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ xx หมู่ที่ 3 ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จว.สุรินทร์ เป็นผู้ขับขี่ สอบถามเหตุการณ์ ให้การว่า ขณะที่นายบุญตาฯ ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวแล่นมาตามถนน สายสุรินทร์ – เมืองลีง จากทางเมืองลีง มุ่งหน้าไปทางเมืองสุรินทร์เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีฝูงควาย วิ่งข้ามถนนทางทิศตะวันตก เข้ามาในถนน ตัดหน้ารถยนต์กระชั้นชิดทำให้รถยนต์ที่นายบุญตาฯ ขับขี่ มาพุ่งชนควายอย่างแรง รถได้รับความเสียหายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนฝูงควายได้วิ่งหนีไป ในทุ่งนาตรงข้าม และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน (พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกไว้แล้ว และจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป)

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2568 พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์ โดยผู้แจ้งนางxx xxx อายุ 79 ปี ที่อยู่ xx หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ มาแจ้งว่าเมื่อวันที่ 14 เม.ย.68 เวลาประมาณ 12.00 น.ขณะที่นางxx xxx อายุ 79 ปี ที่อยู่ xx หมู่ที่ 4ต.นาดี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ อยู่ที่ศาลากลางหมู่บ้านสำโรง ต.นาดี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ซึ่งจัดงานผ้าป่า ได้รับแจ้งจากแต๋ว(นางxx xxx)เพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ได้ไปแจ้งว่านายxx xxx หรือกาย อายุ 20 ปี ที่อยู่ xxx หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ได้เข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในบ้านของผู้แจ้ง จึงได้เดินทางกลับไปบ้านพร้อมนายxx xxx อายุ 50 ปี ที่อยู่ xxx หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ เลขบัตรประชาชน 332010057xxxx (เป็นบุตรของผู้แจ้ง)มาที่บ้านพบนายxx xxx ซึ่งเป็นหลานของผู้แจ้ง (เป็นบุตรของนายพงษ์ศักดิ์ฯ)กำลังทำลายทรัพย์สินโดยใช้ท่อนเหล็กตี ประตูหน้าบ้านเสียหายทะลุได้รับความเสียหายประมาณ 10,000 บาทและหน้าต่างกระจกแตก 8 บาน ความเสียหายประมาณ9,000 บาท ผู้แจ้งจึงเข้าไปห้ามปรามไม่ให้ทำลายทรัพย์สิน แต่ก็ไม่เป็นผล ส่วนนายพงษ์ศักดิ์ฯ (พ่อของนายพงศ์ภัคฯ/ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆเนื่องจากเกรงว่านายพงศ์ภัคฯจะระแวงว่าไปหาเรื่องจากนั้นนายพงษ์ศักดิ์ฯจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาระงับเหตุดังกล่าว ต่อมาผู้แจ้งจึงได้เดินทางมาแจ้งความความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับนายxx xxx เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนถึงที่สุด (พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความตามความประสงค์ของผู้แจ้ง แล้วจะได้ทำการสอบสวน ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงให้ผู้เสียหายลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน)

       เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2568 พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญา/จราจร ขณะปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอบสวนอยู่ที่ สภ.เพี้ยราม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุประจำ สภ.เพี้ยราม ว่ามีคนนอนเสียชีวิตถูกไฟคอกเสียชีวิตที่ทุ่งนาบ้านนาดี ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและได้แจ้งเหตุให้แพทย์นิติเวชประจำ รพ.สุรินทร์ทราบเพื่อร่วมตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ จากนั้นได้พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางออกไปตรวจ ที่เกิดเหตุแต่เวลานี้พร้อมพวกเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุนั้น บัดนี้ได้พร้อมพวกเดินทางกลับมาถึง สภ.เพี้ยรามแล้ว แจ้งว่าเมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ พบผู้ตายทราบชื่อภายหลังว่านายx xxx อายุ 82 ปีอยู่บ้านเลขที่ xxx หมู่ที่ 1 บ้านนาดี ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ เลขบัตร 332010024xxxx นอนเสียชีวิตที่ทุ่งนาที่เกิดเหตุ จึงได้ร่วมกับแพทย์นิติเวช รพ.สุรินทร์ ร่วมกันชันสูตรพลิกศพนายx xxx เพื่อหาสาเหตุการตายในครั้งนี้ ไม่พบร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้ายร่างกายญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตายของผู้ตายในครั้งนี้แต่อย่างใด เสร็จแล้วมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป (พนักงานสอบสวนเวรฯ จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ทำการสอบสวนตามสำนวนชันสูตรพลิกศพ จึงได้ลงประจำวันไว้ และจะได้ดำเนินการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป)

เมื่อวันที่  12 มีนาคม  2568  เวลา  09.00 -16.00 น.  นายรองรัตน์ จงอุตส่าห์นายอำเภอเมืองสุรินทร์เป็นประธานในพิธีเปิด พ.ต.อ.สุธี ศรีพรหม ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท สวญ.สภ.เพี้ยราม  พ.ต.ทพิทักษ์ ไชยราช สวป.สภ.เพี้ยรามร่วมกับเจ้าหน้าทีตำรวจชุดชุมชนยั่งยืนฯ.ได้ร่วมฝ่ายกำนันตำบลนาดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาดีและผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอาลอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาดี นางฉลวย สุขดี ผู้ใหญ่บ้านโคกวัด นายวสันต์ คิดกล้าผู้ใหญ่บ้านระกา ตำบลนาดี และประชาชน ทั้งสองหมู่บ้าน ร่วมทำการเปิดโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 ร่วม 120 คน ณ.ศาลาประชาคาบ้านโคกวัด ม.2 ต.นาดี  อ.เมือง  จ.สุรินทร์ 

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2568 พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์ โดยผู้แจ้ง นายxx xxx อายุ 56 ปี ที่อยู่ xx ม.12 ต.นาดี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ แจ้งว่า ผู้แจ้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านกระทมพรง ม.12 ต.นาดี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ได้กลับมาจากทำบุญที่วัดในหมู่บ้านผ่านมาตามถนนหลวงชนบทในหมู่บ้าน พบนายxx xxx กับพวก รวม 2 คน ลักลอบตัดไม้ในที่ดินสาธารณะ ในหมู่บ้านจำนวน 3 ต้น ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นที่ดินสาธารณะ ผู้แจ้งจึงได้แสดงตัวเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่นายสงกรานต์ ฯ อ้างว่า นายเสริมศักดิ์ฯ เป็นเจ้าของที่นาที่อยู่ติดกับที่สาธารณะอนุญาตให้ตัด ผู้แจ้งจึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานส่วนผู้ก่อเหตุได้นำไม้บรรทุกใส่รถแล้วขับหลบหนีไป ผู้แจ้งจึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป (เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งรับคำร้องทุกข์ ไว้แล้วและได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ จัดทำแผนที่พอสังเขป และจะได้ดำเนินการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป)